หมวด: ตลาดหุ้นเวียดนาม • เผยแพร่: 15/07/2026 • อ่านราว 8 นาที

หุ้นธนาคารรับไม้ต่อนำ VN-Index: เงินทุนทิ้งกลุ่ม Vingroup รับฤดูงบไตรมาส 2 ขณะ VietinBank จ่อขึ้นแท่นแชมป์กำไร

หลังผ่านช่วงที่ "กลุ่ม Vingroup" แบกดัชนีไว้ตามลำพัง ตลาดหุ้นเวียดนามกำลังเห็นการส่งต่อบทบาทผู้นำตลาดที่น่าจับตา ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม 2026 เงินทุนขนาดใหญ่กำลังไหลออกจากคู่หุ้น VIC และ VHM แล้วไหลเข้าสู่กลุ่มธนาคารอย่างหนักหน่วง ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นก่อนฤดูประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 นี่ไม่ใช่เพียงเรื่องของ "การหมุนเวียนเงินทุน" ธรรมดา แต่ยังสะท้อนความคาดหวังว่ากำไรของกลุ่มธนาคารจะยังเติบโตในระดับสองหลักต่อไป โดยที่ตำแหน่งแชมป์กำไรอาจถึงขั้นเปลี่ยนมือ

ความเคลื่อนไหวตลาด: ธนาคารพยุงดัชนี Vingroup กลับเป็นตัวถ่วง

วันที่ 14 กรกฎาคม 2026 ดัชนี VN-Index เพิ่มขึ้น 6.09 จุด (+0.34%) ปิดที่ 1,806.63 จุด โดยมีหุ้นบวก 191 ตัวเหนือกว่าหุ้นลบ 113 ตัวบนตลาด HOSE ส่วนดัชนี HNX ของกรุงฮานอยพุ่งแรง +1.86% สู่ 297.34 จุด การฟื้นตัวรอบนี้เกิดขึ้นหลังดัชนีหลุดแนวรับเชิงจิตวิทยา 1,810 จุดในวันที่ 13 กรกฎาคม และแรงหนุนที่ดันดัชนีขึ้นมาส่วนใหญ่มาจากกลุ่ม "หุ้นราชา" อย่างธนาคาร

การแยกทิศทางนี้เห็นได้ชัดในโครงสร้างคะแนนของดัชนี ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม กลุ่มธนาคารทำหน้าที่เป็นแนวรับ โดยหลายตัวปรับขึ้นพร้อมกัน ได้แก่ TCB หนุนราว 1.66 จุด, VPB เพิ่ม 1.63 จุด, HDB หนุน 1.60 จุด และ MBB หนุน 1.18 จุดให้ VN-Index ในทางกลับกัน กลุ่ม Vingroup กลับกลายเป็นตัวถ่วงรายใหญ่ที่สุด โดย VIC (-1.32%) ดึงดัชนีลง 4.17 จุด และ VHM (-2.04%) ดึงลงกว่า 2 จุด ภาพนี้แทบพลิกกลับด้านจากครึ่งปีแรกที่ VIC และ VHM เคยเป็นหัวรถจักรลาก VN-Index

ปัจจัยเชิงเทคนิคก็มีส่วนเร่งการเปลี่ยนผ่านนี้ ในรอบปรับองค์ประกอบดัชนี น้ำหนักของ VIC (ราว 7.82%) ถูกปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากข้อจำกัดเพดานน้ำหนักสำหรับหุ้นในเครือเดียวกัน เมื่อ "น้ำหนัก" ของกลุ่ม Vingroup ในตะกร้าดัชนีลดลง บทบาทผู้นำจึงถูกกระจายไปยังกลุ่มธนาคารที่มีมูลค่าตลาดใหญ่และสภาพคล่องสูงโดยธรรมชาติ

ทำไมเงินทุนจึงเลือกธนาคารในเวลานี้?

คำตอบอยู่ที่ปัจจัยพื้นฐานที่กำลังดีขึ้น ณ วันที่ 26 มิถุนายน 2026 ยอดสินเชื่อคงค้างทั้งระบบอยู่ที่กว่า 19.97 ล้านล้านล้านดอง เพิ่มขึ้น 7.41% จากสิ้นปี 2025 และเพิ่มขึ้นถึง 18.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2025 การขยายตัวของสินเชื่ออย่างแข็งแกร่งคือ "เชื้อเพลิง" โดยตรงต่อรายได้ดอกเบี้ยสุทธิของธนาคาร

อย่างไรก็ตาม มีจุดที่ต้องระวัง: เงินฝากในช่วงเดียวกันเพิ่มขึ้นเพียงราว 4.3% ทำให้เกิดช่องว่างค่อนข้างมากกับอัตราการเติบโตของสินเชื่อ ช่องว่างนี้อาจสร้างแรงกดดันต่อสภาพคล่องและระดับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากในครึ่งปีหลัง อีกทั้งยังเป็นตัวแปรที่ต้องจับตาสำหรับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ของแต่ละธนาคาร

ด้านกำไร สมาคมธนาคารเวียดนาม (VNBA) คาดว่ากำไรสุทธิของ 27 ธนาคารจดทะเบียน จะเติบโตราว 15% ในไตรมาส 2/2026 และเติบโตราว 16% ในช่วงครึ่งปีแรกเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกัน ที่น่าสนใจคือ มากถึง 84.1% ของสถาบันสินเชื่อเชื่อมั่นว่ากำไรก่อนภาษีทั้งปี 2026 จะเติบโตเป็นบวกเมื่อเทียบกับปี 2025 ความคาดหวังเชิงบวกนี้เองคือพื้นฐานที่ทำให้เงินทุนไหลเข้าหุ้นธนาคารในฐานะ "หลุมหลบภัยแห่งการเติบโต"

ศึกชิงบัลลังก์: VietinBank อาจแซง Vietcombank

จุดที่น่าสนใจที่สุดของฤดูงบไตรมาส 2/2026 คือความเป็นไปได้ที่อันดับของกลุ่มผู้นำจะเปลี่ยนแปลง ตามการคาดการณ์ สามอันดับแรกด้านกำไรยังคงเป็นกลุ่ม Big 4 แต่ลำดับอาจกลายเป็น VietinBank (CTG), Vietcombank (VCB) และ BIDV (BID) โดย VietinBank มีแนวโน้มโค่นบัลลังก์ของ Vietcombank กลายเป็นธนาคารที่มีกำไรก่อนภาษีสูงสุดในระบบในไตรมาส 2 ด้วยตัวเลขราว 15,417 พันล้านดอง พร้อมทั้งนำเป็นอันดับหนึ่งในครึ่งปีแรกด้วยราว 26,557 พันล้านดอง

หากดูที่อัตราการเติบโตในครึ่งปีแรก ภาพของกลุ่มธนาคารเอกชนและขนาดกลางยิ่งโดดเด่นกว่า: VPBank คาดโตราว 49%, VietinBank โต 40%, OCB โต 36%, HDBank โต 22%, MB โต 19% และ Techcombank โต 17% การแยกทิศทางอย่างชัดเจนของอัตราการเติบโตนี้เอง—ไม่ใช่การขึ้นพร้อมกันแบบ "น้ำขึ้นเรือขึ้น"—จะเป็นตัวชี้ขาดว่าหุ้นตัวใดจะดึงดูดเงินทุนได้อย่างยั่งยืนหลังตัวเลขทางการถูกประกาศ

กระแสเงินจากกองทุน ETF ก็เพิ่มแรงหนุนในรอบปรับพอร์ตเดือนกรกฎาคม: VPBank คาดถูกซื้อสุทธิราว 717,000 หุ้น (ราว 19 พันล้านดอง) ขณะที่ SHB นำกลุ่มธนาคารด้วยราว 1.148 ล้านหุ้น (ราว 16 พันล้านดอง) แม้ขนาดจะไม่ใหญ่มาก แต่นี่เป็นสัญญาณว่ากลุ่มธนาคารกำลังได้รับแรงหนุนทั้งจากเงินทุนเชิงรุกและเชิงรับ

โอกาสและความเสี่ยงสำหรับนักลงทุน

ด้านโอกาส: หุ้นธนาคารมีปัจจัยพื้นฐานมั่นคง อัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (P/B) ของหลายตัวยังไม่สูงเกินไปเมื่อเทียบกับอดีต และเรื่องราวการเติบโตของสินเชื่อและกำไรกำลังได้รับการสนับสนุนจากตัวเลขจริง การที่กลุ่มนี้ขึ้นมานำแทน Vingroup ช่วยให้ดัชนีมี "เสาค้ำ" ที่มั่นคงกว่า ลดความเสี่ยงที่ดัชนีจะพึ่งพาหุ้นเพียงไม่กี่ตัว

ด้านความเสี่ยง: ความคาดหวังด้านกำไรได้สะท้อนในราคาไปบางส่วนแล้ว ดังนั้นหากตัวเลขที่ประกาศไม่ "เหนือความคาดหมาย" หุ้นอาจเผชิญแรงขายทำกำไรตามข่าว ช่องว่างระหว่างการเติบโตของสินเชื่อกับเงินฝาก ทิศทางหนี้เสีย และแรงกดดันด้านการตั้งสำรองของบางธนาคาร ล้วนเป็นตัวแปรที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ นักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิต่อเนื่องหลายเดือน ทำให้แรงขึ้นของตลาดพึ่งพาเงินทุนในประเทศเป็นหลัก

บทสรุป

การส่งต่อบทบาทผู้นำจากกลุ่ม Vingroup สู่กลุ่มธนาคารสะท้อนตรรกะการลงทุนที่ค่อนข้างดีต่อสุขภาพตลาด นั่นคือเงินทุนกำลังไหลไปยังที่ที่มีเรื่องราวการเติบโตของกำไรชัดเจนและมีข้อมูลมหภาคหนุนหลัง ฤดูงบไตรมาส 2/2026—ที่มีศึกชิงบัลลังก์แชมป์กำไรระหว่าง VietinBank กับ Vietcombank เป็นจุดศูนย์กลาง—จะเป็น "บททดสอบ" ที่ชี้ขาดว่าแรงขึ้นของกลุ่มธนาคารจะแข็งแรงพอที่จะพา VN-Index กลับไปพิชิตแนวต้านที่สูงขึ้นได้หรือไม่ สำหรับนักลงทุน นี่คือช่วงที่ต้องเกาะติดผลประกอบการจริงแทนการวิ่งตามความคาดหวัง และให้ความสำคัญกับหุ้นที่มีคุณภาพสินทรัพย์ดีและการเติบโตที่ยั่งยืน


⚠️ คำเตือน: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน นักลงทุนควรศึกษาด้วยตนเองและพิจารณาระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้อย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ

แหล่งข้อมูล: Vietstock, Đầu tư Chứng khoán (tinnhanhchungkhoan.vn), Investing.com, Stockbiz, Người Quan Sát — ข้อมูลปรับปรุงถึงวันที่ 26 มิ.ย.–14 ก.ค. 2026