SCIC ประมูลขายยกล็อตหุ้น Seaprodex 63.38% วันที่ 29 ก.ย.: ราคาตั้งต้น 107,400 ดอง สูงกว่าราคาตลาดเกือบ 40% แม้ SEA พุ่งแล้ว 53% — ตั๋วราคา 8.509 ล้านล้านดองเพื่อครอง "ที่ดินทองคำ" 2-4-6 ถนนด่งเคย ขณะที่กลุ่ม Novaland ถือหุ้นอยู่แล้ว 32%
อัปเดต 11 กันยายน 2026 — หุ้นเวียดนาม
เวลา 9.00 น. ตรงของวันที่ 29 กันยายน 2026 ณ ตลาดหลักทรัพย์ฮานอย (HNX) บรรษัทลงทุนและบริหารทุนของรัฐ (SCIC) จะนำหุ้น SEA มากกว่า 79.228 ล้านหุ้น คิดเป็น 63.38% ของทุนจดทะเบียนบริษัทประมงเวียดนาม (Seaprodex, UPCoM: SEA) ออกประมูลขายแบบยกล็อต ราคาตั้งต้น 107,400 ดองต่อหุ้น หมายความว่าผู้ซื้อต้องเตรียมเงินอย่างน้อย 8.509 ล้านล้านดอง สำหรับทั้งล็อต — ซื้อแยกไม่ได้ แบ่งซื้อไม่ได้
ตัวเลขที่ทำให้ตลาดพูดถึงไม่ใช่ขนาดของดีล แต่คือส่วนต่าง หุ้น SEA ปรับขึ้นราว 53% ในเวลาเพียงหนึ่งเดือน ปิดที่ 76,000 ดองเมื่อวันที่ 7 ก.ย. และแกว่งอยู่ในช่วง 76,000–78,000 ดองในสัปดาห์นี้ มูลค่าตลาดราว 9.7 ล้านล้านดอง แต่ราคาที่ SCIC ตั้งไว้ยังสูงกว่าราคาตลาด 38–41% สื่อความว่ามูลค่าทั้งบริษัทอยู่ที่ประมาณ 13.4 ล้านล้านดอง — สำหรับบริษัทประมงที่มีสินทรัพย์รวม 2.91 ล้านล้านดอง และกำไรครึ่งปีแรกเพียงเกินหนึ่งแสนล้านดองเล็กน้อย
บทความนี้ตอบสามคำถาม: SCIC ตั้งราคา 107,400 ดองจากฐานอะไร ทำไมกลุ่มผู้ถือหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ Novaland ซึ่งถืออยู่ 32.47% จึงเป็นตัวแปรชี้ขาดผลการประมูล และจะเกิดอะไรขึ้นหากไม่มีใครวางเงินมัดจำ
1. เงื่อนไขการประมูล: ยกล็อต 8.509 ล้านล้านดอง ไม่มี "ซื้อลองดู"
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ผู้ขาย | SCIC — ผู้ถือหุ้นภาครัฐ ถือ 63.38% ของ Seaprodex |
| จำนวน | หุ้น SEA มากกว่า 79,228,000 หุ้น ขายยกล็อต (ไม่แบ่ง) |
| ราคาตั้งต้น | 107,400 ดอง/หุ้น — เทียบเท่า 8.509 ล้านล้านดองทั้งล็อต |
| เวลา สถานที่ | 9.00 น. วันที่ 29 ก.ย. 2026 ที่ HNX |
| ราคาตลาด SEA (7 ก.ย.) | 76,000 ดอง — ราคาตั้งต้นสูงกว่าราว 41% |
| ทุนจดทะเบียน Seaprodex | 1.25 ล้านล้านดอง (125 ล้านหุ้น) |
| มูลค่าโดยนัย | ราว 13.425 ล้านล้านดองสำหรับหุ้น 100% |
กลไก "ยกล็อต" คือหัวใจสำคัญ SCIC ไม่ได้ขายให้นักลงทุนรายย่อยหลายพันรายเพื่อเพิ่มฟรีโฟลต แต่กำลังขายอำนาจควบคุมให้คนคนเดียว ด้วยเกณฑ์เงินสด 8.5 ล้านล้านดอง (ยังไม่นับเงินมัดจำซึ่งปกติอยู่ที่ 10% ของมูลค่าล็อต) รายชื่อผู้สมัครที่เป็นไปได้จริงจึงเหลือเพียงไม่กี่ชื่อ — และทุกคนรู้จักกันหมด
2. 107,400 ดอง: ประเมินมูลค่าจากอะไร?
หากมองที่ผลประกอบการ ตัวเลขนี้แทบหาเหตุผลรองรับไม่ได้:
| ตัวชี้วัด | มูลค่า | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| รายได้สุทธิ ครึ่งแรก 2026 | 434.6 พันล้านดอง | +29.3% เทียบปีก่อน |
| กำไรหลังภาษี ครึ่งแรก 2026 | ราว 100–106 พันล้านดอง | แทบไม่เปลี่ยนจากปีก่อน; EPS 6 เดือน 744 ดอง |
| รายได้เฉลี่ย 2023–2025 | 686.6 พันล้านดอง/ปี | |
| กำไรสุทธิเฉลี่ย 2023–2025 | 208.7 พันล้านดอง/ปี | |
| สินทรัพย์รวม 30 มิ.ย. 2026 | 2.91 ล้านล้านดอง | +5.5% จากต้นปี |
| เงินลงทุนทางการเงินระยะยาว | 1.383 ล้านล้านดอง | 47.5% ของสินทรัพย์รวม |
| งานระหว่างก่อสร้าง — ที่ดิน 2-4-6 ด่งเคย | 692 พันล้านดอง | ชำระค่าใช้ที่ดินแล้วตั้งแต่ ม.ค. 2017 |
หากใช้กำไรเฉลี่ยสามปี 208.7 พันล้านดองเป็นตัวหาร ราคา 107,400 ดองเท่ากับ P/E ราว 64 เท่า หากใช้ EPS ครึ่งปีแรก 2026 คูณสอง (ราว 1,490 ดอง) P/E จะสูงถึง 72 เท่า มูลค่า 13.4 ล้านล้านดองยังเป็น 4.6 เท่าของสินทรัพย์รวมตามบัญชี ไม่มีบริษัทประมงรายใดในเวียดนาม — แม้แต่ Vinh Hoan หรือ Minh Phu — ที่ซื้อขายกันในระดับนั้น
พูดอีกแบบคือ SCIC ไม่ได้ประเมิน Seaprodex ในฐานะบริษัทกุ้งปลา แต่ประเมิน ที่ดิน: แปลง 2-4-6 ถนนด่งเคย พื้นที่ 1,522.2 ตร.ม. ซึ่งมีแผนรวมกับแปลง 21 ถนนโงดึ๊กเก๊ (552.5 ตร.ม.) เป็นผืนเดียวกว่า 2,000 ตร.ม. ใจกลางแขวงไซ่ง่อน (เขต 1 เดิม) พร้อมด้วยแปลง 22-24-26 ถนนหมากถิบ๋วย (277.8 ตร.ม.) 211 ถนนเหงียนท้ายฮอก (243.4 ตร.ม.) 7 ถนนเนอจางลอง (1,187.5 ตร.ม.) 97/6 ถนนกิญเซืองเวือง (541.9 ตร.ม.) ในนครโฮจิมินห์ โรงแรม Blue Sapphire หวุงเต่า (ชำระค่าใช้ที่ดินแล้ว 229 พันล้านดอง) และโครงการเลขที่ 2 ถนนโงซาตื้อ ฮานอย (110 พันล้านดอง) ในบัญชี ที่ดินด่งเคยบันทึกไว้เพียง 692 พันล้านดองตามราคาทุนปี 2017 ราคาตลาดของที่ดินติดถนนด่งเคยในปัจจุบันเชื่อกันว่าสูงกว่าหลายเท่า แต่ไม่มีตัวเลขสาธารณะให้ตรวจสอบ — และนั่นคือจุดที่ "ส่วนต่าง" 5–6 ล้านล้านดองระหว่างราคาตลาดกับราคาตั้งต้นซ่อนอยู่
ต้องหมายเหตุเพิ่มเติมว่า ตามระเบียบการขายทุนรัฐ ราคาตั้งต้นต้องไม่ต่ำกว่าผลประเมินขององค์กรประเมินอิสระ โดยมูลค่าสิทธิใช้ที่ดินคำนวณตามราคาตลาด ไม่ใช่ราคาบัญชี SCIC จึงไม่มีอำนาจ "ลดราคาให้สมเหตุสมผล" — หน่วยงานนี้ทำได้เพียงขายที่ราคาประเมิน หรือไม่ขาย
3. กระดานผู้ถือหุ้น: กลุ่ม Novaland ถือ 32.47% กับสามฉากทัศน์
นี่คือส่วนที่ทำให้ดีลนี้ต่างจากการขายหุ้นรัฐทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ปลายเดือนธันวาคม 2025 นิติบุคคลสองรายซื้อหุ้น SEA เกือบ 40.6 ล้านหุ้นผ่านการซื้อขายแบบตกลงกัน ราคาเฉลี่ยราว 34,360 ดอง รวมเงินเกือบ 1.4 ล้านล้านดอง:
- บริษัท Ngan Hiep Real Estate — บริษัทลูกที่ Novaland (HoSE: NVL) ถือหุ้น 99.98% ผู้พัฒนาโครงการ NovaWorld Ho Tram — ซื้อ 30.04 ล้านหุ้น คิดเป็น 24.03%
- บริษัท Redwood Investment — เดิมคือบริษัทท่องเที่ยวเชิงนิเวศ Nova Con Au ที่ Novaland ก่อตั้งในปี 2012 และเปลี่ยนชื่อมาหลายครั้ง — ซื้อ 10.54 ล้านหุ้น คิดเป็น 8.44%
รวมกันกลุ่มนี้ถือ 32.47% และเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่รายเดียวนอกจาก SCIC ที่ราคาตั้งต้น 107,400 ดอง หุ้นที่ซื้อมาในราคา 34,360 ดองเมื่อเก้าเดือนก่อนมีมูลค่า "บนกระดาษ" เพิ่มขึ้นกว่าสามเท่า และนี่ไม่ใช่ครั้งแรก: Nova Hospitality บริษัทลูกอีกแห่งของ Novaland เคยซื้อหุ้น SEA 17.6 ล้านหุ้นในเดือนธันวาคม 2023 แล้วขายออก 18 ล้านหุ้นต้นเดือนมกราคม 2024 — ตรงกับช่วงที่ SEA พุ่ง 60% ในหนึ่งเดือนพอดี
จากโครงสร้างนี้ มีสามฉากทัศน์สำหรับวันที่ 29 ก.ย.:
ฉากทัศน์ A — กลุ่ม Novaland (หรือฝ่ายที่เกี่ยวข้อง) ชนะประมูล
พวกเขาจะถือ Seaprodex เกือบ 96% และปิดโจทย์ที่วางไว้ตั้งแต่ปี 2023: ควบคุมที่ดิน 2-4-6 ด่งเคย ปัญหาคือเงิน Novaland ยังอยู่ระหว่างปรับโครงสร้างหนี้ และเงินสด 8.5 ล้านล้านดองเป็นตัวเลขที่ใหญ่แม้สำหรับบริษัทอสังหาริมทรัพย์อันดับสองของตลาด หากฉากทัศน์นี้เกิดขึ้น คำถามถัดไปคือเงินมาจากไหน — พันธมิตรรายใดอยู่เบื้องหลัง — ไม่ใช่ราคาเท่าไร
ฉากทัศน์ B — บุคคลที่สามชนะประมูล
ผู้ซื้อจะได้ 63.38% แต่ต้องอยู่ร่วมกับผู้ถือหุ้นส่วนน้อยที่ถือ 32.47% ตามกฎหมายวิสาหกิจ มติสำคัญของที่ประชุมผู้ถือหุ้น — แก้ไขข้อบังคับ ปรับโครงสร้างองค์กร ขายสินทรัพย์ตั้งแต่ 35% ของมูลค่ารวมขึ้นไป เปลี่ยนประเภทธุรกิจ — ต้องได้เสียงอย่างน้อย 65% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่เข้าประชุม ด้วยสัดส่วน 63.38% ผู้ชนะประมูลไม่สามารถผ่านมติเหล่านั้นได้ด้วยตนเองหากกลุ่ม Novaland ลงคะแนนคัดค้าน กล่าวคือ จ่าย 8.5 ล้านล้านดองก็ยังไม่ได้อำนาจเบ็ดเสร็จในการจัดการที่ดิน และผู้ซื้อจะต้องเจรจากับกลุ่ม 32% — หรือจ่ายเพิ่มเพื่อซื้อส่วนที่เหลือ
ฉากทัศน์ C — ไม่มีนักลงทุนวางเงินมัดจำ
นี่คือฉากทัศน์ที่ตลาดให้ความน่าจะเป็นไม่น้อย เมื่อดูจากส่วนต่าง 40% ระหว่างราคาตั้งต้นกับราคาตลาด SCIC เคยประกาศจะขายหุ้น Seaprodex ทั้งหมดในไตรมาส 3 ปี 2020 และไม่สำเร็จ หากซ้ำรอย หุ้น SEA — ที่ขึ้นมา 53% ในหนึ่งเดือนส่วนใหญ่จากความคาดหวังต่อการประมูล — จะสูญเสียตัวเร่งหลัก และ SCIC ต้องประเมินราคาใหม่แล้วจัดขายรอบสอง ซึ่งมักใช้เวลาอีกหลายเดือน
4. ความเสี่ยงใหญ่ที่สุดไม่ได้อยู่ที่ราคา แต่อยู่ที่กระดาษแผ่นที่ยังไม่มี
Seaprodex ชำระค่าใช้ที่ดินแปลง 2-4-6 ด่งเคยแล้ว โดยกรมสรรพากรยืนยันการรับเงินวันที่ 24 ม.ค. 2017 และกรมการคลังนครโฮจิมินห์ยืนยันว่าปฏิบัติภาระทางการเงินครบถ้วนวันที่ 27 ม.ค. 2017 แต่จนถึงสิ้นไตรมาส 2 ปี 2026 — กว่าเก้าปีต่อมา — บริษัทยังไม่ได้รับใบรับรองสิทธิใช้ที่ดิน และโครงการศูนย์การค้า–สำนักงาน–คอนโดมิเนียมบนที่ดินนี้ยังเริ่มไม่ได้ โครงการร่วมทุนที่เลขที่ 2 ถนนโงซาตื้อ (ฮานอย) กับ Tai Tam Long Bien ก็ยังไม่เริ่มเช่นกัน
นี่คือความเสี่ยงเฉพาะตัวของบริษัทอดีตรัฐวิสาหกิจที่มี "ที่ดินทองคำ": สินทรัพย์มีจริง เงินจ่ายแล้ว แต่สถานะทางกฎหมายขึ้นอยู่กับการตัดสินใจทางปกครองที่ผู้ซื้อควบคุมไม่ได้ ใครที่จ่าย 8.5 ล้านล้านดองวันนี้กำลังเดิมพันว่ากระดาษแผ่นนั้นจะออกมา — และออกมาก่อนที่ต้นทุนเงินทุนของเงินก้อนนี้จะกินส่วนต่างจนหมด ด้วยดอกเบี้ยเงินกู้ธุรกิจราว 8–9% ต่อปี ทุกปีที่รอคือต้นทุนค่าเสียโอกาสประมาณ 700 พันล้านดอง
5. ภาพใหญ่: SCIC จะขาย 66 บริษัทในช่วง 2026–2030
Seaprodex เป็นหนึ่งใน 66 บริษัทที่ SCIC วางแผนขายหุ้นทั้งหมดในช่วงปี 2026–2030 — รายชื่อที่ตลาดคาดหวังว่าจะเพิ่มสินค้าและฟรีโฟลตพอดีกับที่เวียดนามเข้าสู่ดัชนี FTSE ตลาดเกิดใหม่ระดับรองตั้งแต่ 21 ก.ย. แต่ดีล SEA แสดงให้เห็นอีกด้านของความคาดหวังนั้น: เมื่อราคาตั้งต้นถูกผูกกับมูลค่าที่ดินตามการประเมิน การขายทุนรัฐก็กลายเป็นการประมูลอสังหาริมทรัพย์ในคราบหุ้นได้ง่าย ๆ สำหรับผู้เล่นเพียงไม่กี่ราย และไม่เพิ่มฟรีโฟลตเลยหากผู้ซื้อคือกลุ่มที่ถืออยู่แล้ว 32%
แบบอย่างในอดีตก็มีไม่น้อย: การประมูลยกล็อตของ SCIC หลายครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมาล้มเหลวเพราะราคาตั้งต้นสูงกว่าราคาตลาด 30–50% ขณะที่ดีลที่สำเร็จ — เช่น Vinaconex ในปี 2018 — ล้วนมีผู้ซื้อเชิงกลยุทธ์ที่ระบุตัวได้ล่วงหน้าและพร้อมจ่ายแพงเพื่ออำนาจควบคุม วันที่ 29 ก.ย. จะบอกว่า Seaprodex อยู่กลุ่มไหน
6. สามสิ่งที่ต้องจับตาจากนี้ถึง 29 ก.ย.
- ประกาศจำนวนนักลงทุนที่ลงทะเบียนและวางมัดจำ HNX มักประกาศจำนวนนักลงทุนที่ผ่านคุณสมบัติไม่กี่วันก่อนการประมูล หากเป็น 0 หรือ 1 ผลแทบชัดเจนแล้ว หากตั้งแต่ 2 รายขึ้นไป ราคาชนะอาจสูงกว่าราคาตั้งต้นมาก
- ธุรกรรมของ Ngan Hiep และ Redwood การขายออกใด ๆ ของกลุ่มนี้ก่อน 29 ก.ย. จะเป็นสัญญาณว่าพวกเขาเลือก "ทำกำไร" แทน "เทกโอเวอร์" เช่นเดียวกับที่ Nova Hospitality เคยทำต้นปี 2024
- ความเคลื่อนไหวของราคา SEA หุ้นซื้อขายอยู่ที่ส่วนลด 28–30% จากราคาตั้งต้น การที่ตลาดหดหรือขยายช่องว่างนี้คือ "คะแนนเสียง" ต่อความน่าจะเป็นที่การประมูลจะสำเร็จ
บทสรุป
การประมูลวันที่ 29 ก.ย. คือบททดสอบสองชั้น สำหรับ SCIC มันคือการพิสูจน์ว่ากลไกตั้งราคาตามราคาที่ดินในตลาดขายของได้จริงหรือแค่สร้างตัวเลขสวยงามบนกระดาษ สำหรับตลาด มันคือคำตอบของคำถามที่ค้างมาตั้งแต่ธันวาคม 2025: กลุ่ม Novaland เก็บหุ้น Seaprodex 32% เพื่อเก็งกำไรระยะสั้น หรือเพื่อไปให้สุดทางกับที่ดิน 2-4-6 ด่งเคย ที่ราคา 107,400 ดอง ผู้ซื้อไม่ได้ซื้อบริษัทประมงที่ P/E 64 เท่า — พวกเขาซื้อที่ดินที่ยังไม่มีโฉนด พร้อมผู้ถือหุ้นส่วนน้อยที่ใหญ่พอจะใช้สิทธิยับยั้ง นี่คือดีลที่เหมาะเฉพาะกับคนที่คิดโจทย์ทั้งสองข้อจบแล้วก่อนก้าวเข้าห้องประมูล
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและวิเคราะห์เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ข้อมูลรวบรวมจากประกาศประมูลของ SCIC/HNX รายงานทางการเงินครึ่งปี 2026 ของ Seaprodex หนังสือพิมพ์ Dau Thau, VnBusiness, CafeF, Nguoi Quan Sat และข้อมูลตลาด ณ วันที่ 11 กันยายน 2026 ค่าประมาณ P/E มูลค่าโดยนัย และต้นทุนค่าเสียโอกาสเป็นการคำนวณของผู้เขียน นักลงทุนต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตนเอง